วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เรียนออนไลน์

 

เรียนออนไลน์ ครั้งที่ 1 วันที่ 7 มกราคม 2567



เรียนออนไลน์ ครั้งที่ 2 วันที่ 30 มกราคม 2567




วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 12

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 12

การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญาพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย



แบบทดสอบก่อนเรียน



แบบทดสอบหลังเรียน



แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

    พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆจะค้นหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองของแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตดต่างกันไปทั้งในจุดเด่นและจุดด้อยซึ่งความสามารถทางพหุปัญญาจำแนกออกเป็น 9ด้าน ได้แก่
1.ปัญญาด้านภาษา  
2. ปัญญาด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์   
3.ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์  
4. ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว   
5. ปัญญาด้านดนตรี  
6. ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์   
7. ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง   
8. ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา   
9. ความฉลาดในการคิดใคร่ครวญ

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 11

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 11

การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์



กิจกรรมน้ำเดินได้



แบบทดสอบหลังเรียน



แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

    การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยเป็นการตอบสนองและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัวและพัฒนาทักษะทางสติปัญญาต่างๆเนื่องจากเด็กในระดับปฐมวัยมีพฤติกรรมธรรมชาติของการสืบเสาะหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์อยู่ในตนเอง การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด ให้ได้ทั้งกระบวนการเรียนรู้และองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของเด็กในด้านต่างๆ
        การประเมินผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย
1. การประเมินด้านเจตคติ เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้มีเจตคติที่ดีต่อวิยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความรู้สึกหรือความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
2. การประเมินด้านทักษะหรือความสามารถ เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้มีทักษะหรือความสามารถในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
3. ด้านความคิดรวบยอด เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้มีความคิดรวบยอดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยสาระสําคัญที่เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้ ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 10

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 10

ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย



แบบสะท้อนความคิด



แบบทดสอบหลังเรียน



แบบประเมินความพพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

    ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยเป็นทักษะที่ครูควรจะส่งเสริมให้กับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทักษะสําคัญที่ควรส่งเสริมเป็นพื้นฐานได้แก่ ทักษะการจํา แนกเปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ การเรียงลําดับ และการวัดซึ่งสามารถจัดให้อยู่ในรูปของกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลายและเป็นไปตามธรรมชาติสอดคล้องกันกับกิจวัตรประจํา วันของเด็ก ก็จะเป็นการช่วยวางรากฐานและส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สําคัญให้กับเด็กปฐมวัย
       เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านคณิตศาสตร์
1. การบันทึกรายวัน  เป็นบันทึกรายวันที่เกี่ยวกับประสบการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
2. ระเบียนพฤติการณ์  มักใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ
3. การเลือกบันทึกเฉพาะด้าน เป็นการเลือกบันทึกลักษณะเฉพาะอย่างของโปรแกรมที่จัดในโรงเรียน เช่น การสนทนาของเด็กขณะรับประทานอาหารกลางวัน
4. มาตรประเมินพฤติกรรม มาตรประเมินค่า และแบบตรวจสอบ มักใช้ในการประเมินพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก อาจมีระดับตั้งแต่ ต่ํา ปานกลาง และสูง แสดงลําดับการพัฒนาขึ้นหรือค่าที่สูงขึ้น 

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 9

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 9

การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (ภาษา) ฟัง พูด อ่าน เขียน 

การรู้หนังสือขั้นต้นของเด็กปฐมวัย



แบบทดสอบหลังเรียน


ความรู้ที่ได้รับ

ความสำคัญของภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้ เป็นพฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคม เกิดความ อบอุ่นการแนวคิดตลาดในความรู้สึกต่างกัน ที่อยู่รอบข้างเล็การจินตนาการ ถึงวัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีต เด็กสามารถทำการทดลองให้สมอง และทำได้เร็วกว่าการจัดกระทำกับวัตถุนั้นจริง ๆ

ภาษาสำาหรับเด็กปฐมวัย

  1. การฟัง

    (1) ด้านความสามารถในการได้ยินและจับใจความซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และภูมิหลังของเด็ก ครูจึงต้องปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและ ความจําเป็นนั้น ๆ

    (2) ด้านความตั้งใจฟัง เกิดขึ้นเมื่อมีแรงจูงใจ มีเหตุผลที่ดีหรือมีประโยชน์ ต่อเด็ก

    (3) ด้านนิสัยในการฟัง เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อสถานการณ์ในการฟัง นิสัยที่ดีในการฟัง

  2. การพูด เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับผู้อื่น สาระที่เด็กควรเรียนรู้เพื่อให้ สามารถสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมายและตรงตามความต้องการของเด็ก ได้แก่

    (1) คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก หรือคำศัพท์เกี่ยวกับเรื่อง ราวที่เด็กสนใจ

    (2) การเรียงลำดับคำต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

    (3) การใช้คำพูดที่เป็นที่ยอมรับและ/หรือคำพูดที่สุภาพ

    (4) การใช้คำพูดให้เหมาะสมกับบุคคลที่ต้องการสื่อสารด้วย

    (5) ความมั่นใจในการพูดกับผู้อื่น

   (6) การยอมรับความคิดที่ผู้อื่นแสดงออกด้วยการพูด

    (7) ความสนใจที่มีต่อคำใหม่ ๆ สาระเหล่านี้ช่วยให้เด็กสามารถมากขึ้น

  3. การอ่าน

     (1) ความรู้เกี่ยวกับการใช้หนังสือ ได้แก่ การรู้ทิศทางในการถือหนังสือการรู้ ส่วนประกอบของหนังสือและการรู้ทิศทางในการอ่าน

     (2) ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร ได้แก่ การรู้ว่าการอ่านกับการเขียนสัมพันธ์กัน การรู้จักคำคุ้นตา การรู้ว่าคำคืออะไร การรู้จักตัวอักษรตัวแรกและตัวสุดท้าย ของคำ และการรู้รูปร่างและทิศทางของตัวอักษร

      (3) ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน ได้แก่ การรู้ความหมายของ เครื่องหมายคำพูดเครื่องหมายคำถามและเครื่องหมายอัศเจรีย์

       (4) ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิ่งชี้แนะ ในการคาดคะเนและตรวจสอบการคาค คะเน ได้แก่ การคาดคะเนและตรวจสอบการคาดคะเน โดยอาศัยภาพความ หมายของคำ โครงสร้างของประโยคและ/หรือพยัญชนะต้นของคำ

   4. การเขียน

       (1) การสร้างสัญลักษณ์ภาษาเขียน หมายถึง กรสร้างภาพและ/หรือ ข้อความ ด้วยการวาด การลอกการจำมาเขียนทั้งที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์และถูกต้องสมบูรณ์ การคิดพยัญชนะขึ้นเสียงของคำตลอดจนการคิดสะกดคำ

       (2) ทิศทางการเขียน หมายถึง การจัดเรียงตำแหน่งของสิ่งที่เขียน ตั้งแต่ การจัดเรียงตามแนวตั้งและแนวนอนอย่างสะเปะสะปะ ไปจนกระทั่งเด็ก สามารถเขียนจากซ้ายไปขวาและบนลงล่างอย่างสม่ำเสมอ

       (3) วิธีถ่ายทอดความหมายของสัญลักษณ์ภาษาเขียน หมายถึง การแสดงความหมายของภาพหรือข้อความที่ตนเขียนให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยการบอกให้ครูช่วย เขียนให้เขียนเองบางส่วนตลอดจนเขียนเองทั้งหมด

      (4) ความซับซ้อนของความหมาย หมายถึง ความชัดเจน ความละเอียดลออ และครอบคลุม ประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

เป็นการประเมิน เด็กอย่างรอบด้านเป็นระบบคอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตาม สภาพจริงจากการผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นราย บุคคล การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมีความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับ อื่นที่สูงขึ้นเนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติในการเรียนรู้ต่างจากเด็กวัยอื่นการ ประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย โดย ครูจะต้องตรวจสอบและประเมินอย่างระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วาง ไว้ และเหมาะสมกับการส่งเสริมและ พัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับ ธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องเข้าใจการประเมิน

ประเภทการวัดและการประเมิน

1. การทดสอบ (testing) ในระดับปฐมวัย หมายถึง วิธีกรประเมินรวบรวม ข้อมูลอย่าง เป็นทางการใช้อย่างกว้างขวางในการวัดพฤติกรรมของผู้เรียน และ ผลการวัดออกมาเป็นคะแนน

2. การวัด (mcasurement) ในระดับปฐมวัย หมายถึง การวัดกระบวนการ เทียบปริมาณ เพื่อแสดงค่าตัวเลข เป็นการกำหนดเซตของจำนวน

3. การประเมินผล (evasurement) ในระดับปฐมวัย หมายถึง กระบวนการ ที่ต่อมาจากการวัด แล้วตัดสินใจสรุปคุณค่าอย่างมีเกณฑ์

4. การประเมิน (assessment) ในระดับปฐมวัย หมายถึง เน้นการใช้วิธีการ และเครื่องมือที่หลากหลายในการวัดที่มีระบบและจุดมุ่งหมาย ในการมองความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

วิธีการประเมินผล มีวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย ได้แก่

1. การสังเกตพฤติกรรมของเด็ก โดยครูเป็นผู้สังเกต ขณะเด็กทำกิจกรรม

2. การบันทึกพฤติกรรมของเด็ก โดยการสัมภาษณ์

3. สารสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนโดยผ่านสมุดรายงรน พฤติกรรม

4. สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองในวันนัดประเมินพัฒนาการ

5. การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก

6. การสนทนา โต้ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม

7. การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

8. การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน

9.การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

การประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย

     แนวทางการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง

1. สร้างเครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกบธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษา ของเด็ก

2. กำหนดเครื่องมือในการประเมินที่หลากหลายการประเมินพัฒนาการ

3. บูรณาการการสอนกับการประเมิน

4. เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กในการประเมินพัฒนาการทางภาษา

5. ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิตขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมทางภาษา

6. ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย

7. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล

8. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง

9. การจัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลกับการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก


เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 8

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย



ใบงาน





แบบทดสอบหลังเรียน




แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

        กระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ เป็นวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย เมื่อบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เริ่มจากการค้นพบปัญหาพร้อมทั้งมีการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น การตั้งสมมติฐานและผลที่ได้รับคือคําตอบ ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และจะนําไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นผลงานต่าง ๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ พร้อมทั้งมีการปรับปรุง สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยลดความเครียดให้แก่เด็กมีความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง
        การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์มีวิธีการและเทคนิคที่หลากหลายเช่นการสังเกตและบันทึกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านความคิด การใช้เหตุผลและภาษาของเด็กการสัมภาษณ์พูดคุยกับเด็กจะช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการคิดของเด็กมากขึ้นว่ากระบวนการคิดของเด็กพัฒนาอย่างไรและการถามคําถามวิธีการถามคําถามเด็กมีหลายวิธีด้วยกันทั้งการใช้คําถามทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เด็ก ได้แสดงออกเกี่ยวกับตัวเองในการถามคําถามเด็ก

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 7

ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆ



แบบทดสอบก่อนเรียน



แบบทดสอบหลังเรียน



ความรู้ที่ได้รับ

    การจัดประสบการณ์ที่สร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย
    1. กิจกรรมการเล่น  ช่วยสร้างเสริมริการคิดได้หลากหลาย ตัวอย่างเช่นการเล่นบทบาทสมมติที่เด็กจะได้แสดงออกทาง ความคิด การเรียนรู้ ความคิดรวบยอด และสร้างสรรค์
  2. กิจกรรมศิลปะ เป็นสื่อที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ เพราะทํา ให้เกิดเอกภาพ แห่งจินตภาพภายในของเด็กการสร้างจินตนาการที่เด็กพยายามสร้างความรู้ด้วยตนเอง
  3. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ การร้องเพลงและการเคลื่อนไหวอย่างอิสระและเป็นจังหวะไป กับดนตรี จะช่วยพัฒนาความเชื่อมั่นและความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์และความคิด การ สะท้อนการคิดการวิเวิคราะห์และการสนองตอบต่อดนตรีที่หลากหลาย 
    การประเมินพัฒนาการด้านทักษะการคิดโดยการใช้แบบทดสอบ เช่นแบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลด้านการเปรียบเทียบ  การจำแนกประเภทหรือการหาความสัมพันธ์
    ทักษะการคิดสําหรับเด็กปฐมวัยจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เด็กเล็กๆ จะเริ่มต้นพัฒนาความสามารถในการเผยแพร่ความรู้สึกที่ได้รับจากการสืบค้น สามารถอธิบายผลงานจากการเขียนหรือการวาดภาพซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถทางสติปัญญาและภาษาของเด็ก

แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมิน

  แบบฝึก : หัดเทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย