วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 8

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย



ใบงาน





แบบทดสอบหลังเรียน




แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

        กระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ เป็นวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย เมื่อบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เริ่มจากการค้นพบปัญหาพร้อมทั้งมีการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น การตั้งสมมติฐานและผลที่ได้รับคือคําตอบ ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และจะนําไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นผลงานต่าง ๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ พร้อมทั้งมีการปรับปรุง สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยลดความเครียดให้แก่เด็กมีความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง
        การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์มีวิธีการและเทคนิคที่หลากหลายเช่นการสังเกตและบันทึกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านความคิด การใช้เหตุผลและภาษาของเด็กการสัมภาษณ์พูดคุยกับเด็กจะช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการคิดของเด็กมากขึ้นว่ากระบวนการคิดของเด็กพัฒนาอย่างไรและการถามคําถามวิธีการถามคําถามเด็กมีหลายวิธีด้วยกันทั้งการใช้คําถามทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เด็ก ได้แสดงออกเกี่ยวกับตัวเองในการถามคําถามเด็ก

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 7

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 7

ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆ



แบบทดสอบก่อนเรียน



แบบทดสอบหลังเรียน



ความรู้ที่ได้รับ

    การจัดประสบการณ์ที่สร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย
    1. กิจกรรมการเล่น  ช่วยสร้างเสริมริการคิดได้หลากหลาย ตัวอย่างเช่นการเล่นบทบาทสมมติที่เด็กจะได้แสดงออกทาง ความคิด การเรียนรู้ ความคิดรวบยอด และสร้างสรรค์
  2. กิจกรรมศิลปะ เป็นสื่อที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ เพราะทํา ให้เกิดเอกภาพ แห่งจินตภาพภายในของเด็กการสร้างจินตนาการที่เด็กพยายามสร้างความรู้ด้วยตนเอง
  3. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ การร้องเพลงและการเคลื่อนไหวอย่างอิสระและเป็นจังหวะไป กับดนตรี จะช่วยพัฒนาความเชื่อมั่นและความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์และความคิด การ สะท้อนการคิดการวิเวิคราะห์และการสนองตอบต่อดนตรีที่หลากหลาย 
    การประเมินพัฒนาการด้านทักษะการคิดโดยการใช้แบบทดสอบ เช่นแบบทดสอบวัดการคิดเชิงเหตุผลด้านการเปรียบเทียบ  การจำแนกประเภทหรือการหาความสัมพันธ์
    ทักษะการคิดสําหรับเด็กปฐมวัยจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เด็กเล็กๆ จะเริ่มต้นพัฒนาความสามารถในการเผยแพร่ความรู้สึกที่ได้รับจากการสืบค้น สามารถอธิบายผลงานจากการเขียนหรือการวาดภาพซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถทางสติปัญญาและภาษาของเด็ก

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 6

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 6

การประเมินพัฒนาการทาง ด้านสังคม (การเล่น)






แบบทดสอบก่อนเรียน


ความรู้ที่ได้รับ

    การเล่นทำให้เด็กได้มีโอกาสที่จะอธิบายหรีอแสดงออกถึงจุดมุ่งหมายและความต้องการของตนเองได้เรียนรู้รับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นเรียนรู้สิ่งแวดล้อมเรียนรู้ความเป็นอยู่ของผู้อื่นช่วยสร้างความสัมพันธ์การอยู่ ร่วมกับผู้อื่นและธรรมชาติรอบตัวเป็นการแสดงออกของพฤติกรรการเรียนรู้ ครูจึงไม่ควรมองข้ามการเล่นของเด็กและสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้การเล่นทุกรูปแบบล้วนมีผลต่อพัฒนาการของสมองเด็กซึ่งเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องเปิดโอกาสและช่วยให้เด็กได้เล่นหากแต่การทำให้การเล่นของเด็กมีคุณค่าอย่างแท้จริงพ่อแม่จะต้องมีความ เข้าใจในหลักการสำคัญก่อน 
1 . การเล่นจะต้องเริ่มต้นโดยเด็ก
2 .การเล่นนั้นจะต้องสนุกและมีความสุข 
3 .การเล่นจะต้องเหมาะสมกับวัยของเด็ก 
4 .การเล่นต้องมีความปลอดภัย 
5 .เพื่อนเล่นที่ดีที่สุดของเด็ก คือ พ่อแม่

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 5

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 5

การประเมินพัฒนาการการเรียนรู้ทางสังคม/ทักษะทางสังคม/พฤติกรรม/ความสามารถ

ทางสังคม ฯลฯ



แบบทดสอบหลังเรียน




แบบฝึกหัดหลังเรียน



แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

        ความสําคัญของทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยเพื่อใช้ในการปฏิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสาร และการอยู่ร่วมกันของบุคคลในสังคมนอกจากนี้ยังส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในการปรับตัวในด้านต่างๆ สังคมในอดีตและปัจจุบันส่งผลกระทบต่อร่างกายจิตใจรวมทั้งพฤติกรรมของเด็กช่วยให้เด็กรู้จักตนเองและถ้าความต้องการของตนเองหรือแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข
      การทํา สังคมมิติ เป็นเครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย แสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน
        การเรียนรู้ทางสังคมของเด็กปฐมวัยการเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆในสังคม การเรียนรู้นี้ทําให้คนมีความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมต่างๆตามที่สังคมนั้นๆการพัฒนาสัมพันธภาพทางสังคมของเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่เด็กมีการปรับตัวเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคมสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่นได้ตามลําดับขั้นตอนของวัยและช่วงอายุเด็กสามารถแสดงพฤติกรรมความรู้สึกที่เหมาะสมในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจําวัน

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 4

ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม (ต่อตนเองและผู้อื่น)



เช็คชื่อก่อนเริ่มกิจกรรม



แบบทดสอบก่อนเรียน



แบบทดสอบหลังเรียน


ความรู้ที่ได้รับ

        ความสำคัญพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งเพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิตเด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคตขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในช่วงนี้เหรือเรียกว่า “บุคลิกภาพ” หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจดี เด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้รับการยอมรับจากผู้อื่นและเด็กก็จะมีความสุขตามมาเมื่อเด็กมีความสุขเด็กจะมีกำลังใจมีแรงจูงใจในการงานตามที่มุ่งหวังและสามารถทนต่อความขัดแย้งได้ดีทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการเด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อยและจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก
       วิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินด้านอารมณ์จิตใจ ประกอบด้วยการประเมินความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 3

 

เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 3

ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์

แบบทดสอบหลังเรียน

แบบประเมินความพึงพอใจ


ความรู้ที่ได้รับ

    การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อพัฒนาความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือ ตา เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของร่างกายได้อย่างประสานสัมพันธ์กัน และเพื่อวางรากฐานในการใช้มือที่ถนัดและเตรียมความพร้อมที่จะเขียนและอ่านต่อไป แต่ครูและผู้ปกครองส่วนมากมักผลักดันให้เด็กฝึกการเขียนในขณะที่เด็กยังไม่พร้อม กล้ามเนื้อเล็กยังไม่พัฒนา ทำให้เด็กเกิดความเครียดและไม่มีความสุขในการเขียน และอาจมีผลในเชิงลบต่อการเรียนรู้ทักษะทางภาษาในอนาคตต่อไปด้วย
       เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการด้านร่างกายกล้ามเนื้อมัดเล็ก
การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย สามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้หลาย รูปแบบ
การรวบรวมข้อมูลขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของข้อมูลที่ต้องการวิรีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแนวใหม่ มีด้วยกันหลายวิธีดังต่อไปนี้
1. การสังเกต (Ovservation) การสังเกตจึงเป็นวิธีการที่ครูส่วนใหญ่ใช้ในการวัดและ ประเมินผล ดามสภาพ
จริงที่เก็บรวบรวมข้อมูลเคี่ยวกับตัวเด็กทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการด้วยการเฝ้าดูพฤติกรรมที่
แสดงออกตามธรรมชาติโดย ไม่รู้ตัว แล้วจัดบันทึถพฤติกรรมที่สังเกตได้ลงในแบบฟอร์ม
2. การสังเกตโดยอ้อม (Indirect obscrvation)/ เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้ฝ้าสังเกตดู พฤติกรรม
ต่างๆด้วยตนเอง แต่อาศัยการถ่ายทอดจากผู้อื่นเล่าพฤติกรรมของผู้ถูกสังเกตให้ผู้สังเกตฟัง หรือ อาศัยข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ
3. แบบบันทึก (Aneedotal records) แบบบันทึก เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการบันทึก พฤติกรรมหรือ
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น บันทึกการพัฒนาของ เด็ก บันทึกการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นต้น
4.การใช้แบบทดสอบ (Test)แบบทดสอบในระดับอนุบาลแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
   1.แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher -made)
   2.แบบทดสอบมาตรฐาน (Standardized test)
5. การใช้แบบประเมินพัฒนาการ หรือแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบตรวจสอบ รายการ เป็นชุด
ของข้อความที่แสดงรายการ หรือพฤติกรรมของเด็ก 
6. แฟ้มสะสมงาน (Portfolio)แฟ้มสะสมงาน คือ การรวบรวมผลงานของเด็กปฐมวัยอย่างมี จุดมุ่งหมาย
แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความก้าวหน้า ทักษะและพัฒนาการ 
7. การสัมภาษณ์ (interview เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอาจเกิดขึ้นระหว่างครูเด็กครู ผู้ปกครอง จะ
ได้ผลดีถ้ามีความคุ้นเคยกัน 
8. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes) เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับตัวเด็กจาก เหตุการณ์
ที่มีความหมายต่อครูและเด็ก ครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงจดบันทึกหรือบันทึก ย่อๆ ขณะสังเกต

เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม 2

 
การเข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มที่ 2 

ทักษะกลไก การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อใหญ่




     แบบฝึกหัดก่อนเรียน




แบบฝึกหัดหลังเรียน


ความรู้ที่ได้รับ

        พัฒนาการทางด้านร่างกายสำหรับเด็ก หมายถึง การเจริญเติบโตทางด้านต่างๆของร่างกายและการพัฒนาทักษะทางกายภาพให้มีความสามารถในการเคลื่อนไหว รักษาสมดุลของร่างกายและการควบคุมการทรงตัวได้ดี รวมถึงช่วยประสานสัมพันธ์ของร่างกายให้ทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
        พัฒนาการค้านร่างกายนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
1. พัฒนาการทางด้านปริมาณ ได้แก่ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่น ส่วนสูง ตัวโตขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
2. พัฒนาการทางด้านคุณภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เช่น การนั่ง การยืน การเดิน การวิ่ง และการกระโดด
    เครื่องมือและตัวอย่างที่นิยมใช้ในการประเมินความสามารถด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัยคือการสังเกตพฤติกรรมซึ่งเป็นวิธีที่พ่อแม่ผู้ปกครองและครูใช้กันมากที่สุด

แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมิน

  แบบฝึก : หัดเทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย